เปลี่ยนขยะเปียกเป็นปุ๋ย ลดขยะ สร้างประโยชน์ เพื่อชุมชนวัดจากแดง

เปลี่ยนขยะเปียกเป็นปุ๋ย ลดขยะ สร้างประโยชน์ เพื่อชุมชนวัดจากแดง ทางวัดมีโครงการจัดการขยะ และสิ่งแวดล้อมชุมชน โดยตั้งจุดรับขยะทั้งที่มาจากภายในชุมชน และภายนอกชุมชน และนำขยะมาบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ มีปริมาณขยะที่เข้ามาในแต่ละวันจำนวนมาก ทั้งขยะแห้งและขยะเปียก ปัจจุบันนี้ยังมีขยะเหลือตกค้างที่ต้องจัดการให้ทันกับปริมาณขยะที่เข้ามาในระบบ ด้วยการจัดหาเทคโนโลยีเครื่องจักรที่ทันสมัย จึงได้จัดทำวีดีโอนี้เพื่อระดมทุนจัดซื้อ เครื่องกำจัดขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ยภายใน 24 ชั่วโมง มอบให้วัดจากแดง ท่านสามารถร่วมระดมทำบุญช่วยกันจัดซื้อเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย และลดปริมาณขยะได้ถึง 80-90% ภายในวันเดียวมอบให้วัดจากแดง เพื่อให้วัดสามารถจัดการขยะสดที่มีได้ และได้ปุ๋ยไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับวัดและในชุมชน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับผู้คนที่สนใจ และส่งเสริมการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับชุมชน คลิก https://social.sinwattana.com/viewCampaign/QU47EEZ21HG829

ขยะเปียก เครื่องอัดขวดพลาสติก

ประเภทของขยะ

  • ขยะเปียก จะนำไปทำปุ๋ย และบางส่วนก็แปรรูปเป็นแก๊ส
  • ขยะแห้ง ประเภทพลาสติก จะผ่านเครื่องจักรผลิตออกมาเป็นน้ำมัน ถ้าเป็นถุงพลาสติก ขวดแก้ว ก็จะคัดแยกนำไปแปรรูปเป็นวัสดุชนิดต่าง ๆ เช่น ขวดพลาสติกนำมาแปรรูปเป็นผ้าได้ ขยะโฟม ทำเป็นกาว ทำทุ่นลอยน้ำสำหรับดักขยะในแม่น้ำลำคลอง เศษขวดแก้วนำมาบดและหลอมทำเป็นพระพุทธรูป ทำเป็นบาตร  

ขยะที่นำมาแปรรูปเหล่านี้ บางส่วนก็ใช้มือทำ บางส่วนก็ต้องใช้เครื่องจักรขนาดเล็กทำ บางส่วนก็ต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่มาทำ ซึ่งทางวัดจะต้องจัดหามาเพิ่มเติม

คัดแยกขยะ ขยะเปียก

การบริหารการศึกษาควบคู่ไปกับการจัดการสิ่งแวดล้อม

วัดจากแดง เป็นวัดที่เน้นเรื่องการศึกษา การปฏิบัติ ในขณะที่เผยแผ่ เทศน์ สอน  บรรยายธรรมะในที่ใด ก็จะสอดแทรกเรื่องสิ่งแวดล้อมไว้ให้ด้วย โดยทางวัดได้ดำเนินกิจกรรมลักษณะนี้มายาวนานพอสมควรแล้ว ได้แก่

  • การบริหารจัดการขยะมีชีวิต อย่างเช่น สุนัขจรจัด ก็มีโครงการเกี่ยวกับศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด
  • การบริหารจัดการขยะ ได้แก่ โครงการบริหารจัดการขยะ เริ่มจากจัดหาถังขยะแยกประเภทของขยะ และพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการขยะให้กับชุมชน 

การปฏิบัติตามพระวินัยที่เกี่ยวข้องกับพระ

  • ในส่วนของพระวินัยปิฎก ก็มีบัญญัติไว้ชัดเจน ถ้าพระไม่จัดการเรื่องขยะ ตามวินัย ก็คือปรับอาบัติทุกกฎ แต่ถ้าจัดการบริหารขยะเรียบร้อยภายในวัดเสนาสนะวัดสมบูรณ์ ก็ไม่ต้องอาบัติ
  • ในส่วนของพระสูตร ถ้าไม่เก็บกวาดทำความสะอาดก็จะป่วยเป็นโรคผิวหนัง แต่ถ้าได้เก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อยก็จะได้อานิสงส์ของการเก็บกวาดทำความสะอาด 5 ประการ เช่น มนุษย์รักใคร่ เทวดารักใคร่มีความสุขใจที่ได้ทำตามคำสั่งสอน สุดท้ายวิมานบนสวรรค์เกิดรอ 
  • ในส่วนพระอภิธรรมปิฎก ถ้าไม่เก็บกวาดทำความสะอาด เวลาไปปฏิบัติธรรมก็จะเป็น ปลิโพธ ขวางไม่ให้ลำดับวิปัสสนาญาณเกิดขึ้น แต่ถ้าเก็บกวาดทำความสะอาดเรียบร้อย เวลาปฏิบัติธรรม วิปัสสนาญาณเกิดขึ้น

เหล่านี้คือการนำเนื้อหาจากพระไตรปิฎกที่พระทำหน้าที่เผยแผ่ ผสมผสานเข้ากับความเป็นจริงของโลกปัจจุบัน ที่โลกกำลังประสบปัญหาที่คนทิ้งขยะกันโดยไม่แยกขยะ ก็คือคนยังขาดวินัย ขาดจิตสำนึก เมื่อพระในวัดได้ปฏิบัติทำเป็นแบบอย่าง ก็จะเป็นการสร้างจิตสำนึกให้กับคนทั่วโลก และน้อมนำเอาคำสั่งสอนมาลงมือปฏิบัติให้เห็นเป็นรูปธรรม 

หน้ากากอนามัยผ้า โควิด-19

การปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการขยะของพระในวัดจากแดง

  • ขยะประเภทเศษอาหารที่เกิดขึ้นภายในวัด จะถูกนำมาขึ้นตาชั่งเก็บข้อมูลไว้ทุกวัน เพื่อให้รู้ข้อมูลที่ชัดเจนได้ว่า แต่ละวันขยะเศษอาหารจากโรงครัวมีเท่าไหร่ เช่น วันธรรมดาขยะขยะเศษอาหารมีปริมาณ 40-50 กิโลกรัม แต่ถ้าเป็นช่วงวันหยุด วันอาทิตย์ วันพระ ก็จะมีปริมาณขยะมากขึ้นอีกเท่าตัวเป็นร้อยกิโลขึ้นไป ขยะเหล่านี้ก็มีมาทั้งจากภายในวัดด้วย มาจากชุมชนโดยรอบวัดด้วย 
  • ขยะประเภทใบไม้ ทางวัดก็เก็บรวบรวมนำมาชั่งเช่นกัน การเก็บข้อมูลโดยรวมของขยะภายในวัดเพื่อที่จะได้วางแผนการดำเนินงานและจัดกิจกรรมเพื่อรับมือปริมาณขยะในแต่ละวันได้อย่างเหมาะสม
  • ขยะประเภทพลาสติก เช่น พลาสติกจากถุงแกง ขยะพลาสติกชนิดที่ใส่ของหิ้วมา และขยะขวดน้ำพลาสติก ก็จะนำขึ้นชั่งว่าขยะไหนมีจำนวนเท่าไรแล้วจะบริหารจัดการอย่างไรต่อไป

ทางวัดจะทราบได้ว่า วันหนึ่งมีขยะเท่าไหร่ เดือนหนึ่งจะมีขนาดเท่าไหร่ แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาประเมินได้ว่าขยะแต่ละชนิด จากจุดเริ่มต้นของขยะ แล้วจะไปอยู่ที่ไหน จะนำกลับมาใช้แปะรูปเป็นอะไรต่อไปได้อย่างเป็นระบบ ด้วยวิธีการแบบโบราณและวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  

แบบโบราณ ก็คือ ใช้วิธีฝังกลบ เป็นต้น ถ้าเป็นแบบเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็จะมีการนำไปรีไซเคิล เช่น ขวดน้ำพลากสติก ก็นำมาทำเป็นจีวรพระ ทำเป็นเสื้อผ้าต่าง ๆ ทำเป็นหน้ากากอนามัยสู้ภัยโควิด-19 ได้ด้วย ส่วนที่เป็ถุงพลาสติกก็นำมาต้มทำเป็นน้ำมัน ขยะโฟมก็นำไปทำเป็นกาว ทำเป็นกระถางปลูกต้นไม้ ทำทุ่นดักขยะในแม่น้ำ ทำเรือลอยพายออกไปเก็บก็ได้ ทำกล่องใส่ดินสอปากกาก็ได้ เศษขวดเศษแก้วก็เช่นเดียวกัน ทางวัดก็นำไปบดหลอมขึ้นรูปป็นพุทธรูปบ้าง เอาไปทำเป็นบาตรพระ เอาไปทำเป็นโคมไฟ สำหรับส่วนที่เป็นขยะเศษถุงพลาสติกก็นำมาผ่านกระบวนการนึ่งแล้วกลายมาเป็นน้ำมัน บ้างก็นำไปทำผ้านวม เป็นต้น

ทางวัดสามารถบริหารจัดการขยะตั้งแต่จุดเริ่มต้น คือ จุดรับขยะ จุดกลางทาง คือ คัดแยกขยะนำไปแปรรูปเป็นวัสดุ และปลายทาง คือ นำวัสดุที่ได้มาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ วางจำหน่ายได้

โฟม กระถาง รีไซเคิล

การพัฒนาทางด้านการจัดการขยะของวัดจากแดง

ทางวัดถึงแม้จะมีเครื่องไม้เครื่องมือ แต่ก็ยังขาดแคลน ขาดงบประมาณ ขาดคน เช่น ขาดเครื่องจักรขนาดใหญ่ ก็ต้องจัดหางบประมาณมาดำเนินการจัดหาเครื่องจักรขนาดใหญ่มาช่วยแก้ปัญหา

ทางวัดเองก็ได้จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อมขึ้นมา ควบคู่ไปกับการเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพุทธศาสนา จึงสอนให้พระเณรมีความรู้ทั้งทางด้านพระไตรปิฎก ด้านพระปริยัติ ปฏิบัติ และในส่วนของการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมด้วย 

ศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อมของวัด  จะรองรับประชาชน หน่วยงานต่างๆ ที่สนใจได้เข้ามาเรียนรู้ ดูงาน ลงมือปฏิบัติ ได้ฝึกทำให้เป็น เช่น เริ่มจากการสอนให้รู้วิธีการคัดแยกขยะให้เป็น สอนเรื่องกระบวนการรีไซเคิลขยะ สอนวิธีทำผลิตภัณฑ์ เช่น ทำกระถางจากโฟม วิธีการทําเรือจากโฟม วิธีการทำทุ่นขยะจากโฟม  สอนวิธีการเอาพลาสติกไปนึ่งทำน้ำมัน การนำวัสดุมา Upcycling เป็นผ้าไตรจีวร สอนการนำเปลือกผลไม้เอาไปทำเป็นน้ำยาเอนไซม์ ทำเป็นน้ำหมักชีวภาพโดยใส่กากน้ำตาลเติมเข้าไป แล้วเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์ EM เข้าไป สอนการทำน้ำยาล้างจาน น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างห้องน้ำ จากวัสดุตามธรรมชาติ 

ตารางเวลา กิจกรรมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมวัดจากแดง

  • อบรมวิธีการทำน้ำยาต่างๆ ในทุกเสาร์สุดท้ายของเดือน
  • อบรมเรื่องการคัดแยกขยะ จะใช้เวลา 1 วัน 
  • อบรมทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ใช้เวลา 3 วัน 
  • อบรมเข้มข้นเรียนรู้ ฝึกปฏิบัติจริง ทำได้ครบทุกอย่างก็ใช้เวลา 5 วัน 

น้ำหมัก ปุ๋ย ชีวภาพ EM น้ำยา

จำนวนผู้คนที่เข้ามายังศูนย์เรียนรู้สิ่งแวดล้อม วัดจากแดง

ปีที่ผ่านมาได้มีญาติโยมเดินทางเข้ามาศึกษาเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม การจัดการขยะ เป็นจำนวน 4 พันกว่าคน  บางคนมาวันเดียว บางคนมา 3 วัน 5 วัน แต่ที่มา 5 วัน จะน้อยหน่อย ส่วนใหญ่จะสนใจเฉพาะเรื่องๆ ไป เช่น สนใจจะเรียนรู้วิธีการทำน้ำหมัก EM ทำน้ำยาล้างจาน การนำโฟมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้มีตั้งแต่เด็กอนุบาลไปจนถึงระดับปริญญาโทเข้ามาเรียนรู้ เพื่อนำข้อมูลไปเขียนเป็นรายงานด้านการบริหารจัดการขยะของวัดเพื่อจบการศึกษาก็มี นอกจากนี้ยังรองรับการอบรมเป็นกลุ่มใหญ่ เช่น นักเรียนสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ องค์กรภาคเอกชน หน่วยงานราชการต่างๆ ได้เข้ามาเป็นกลุ่มใหญ่ กลุ่มละ 100 คน  200 คน ทยอยกันเข้ามา กลุ่มครู อาจารย์ ก็ได้เข้ามาเรียนรู้ ประชาชนก็เดินทางเข้ามาอย่างหลากหลายสาขาอาชีพ

 

ระยะเวลาที่ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของวัดจากแดง

เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 และเริ่มเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เมื่อปี พ.ศ.2560 ปี พ.ศ.2562 เริ่มมีสำนักข่าวและรายการทีวีต่างๆ เข้ามาบันทึกเทปเผยแพร่ออกตามสื่อต่างๆ ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาเรียนรู้มากขึ้น 

เปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ย

สถานการณ์ปัจจุบันของวัดจากแดง

ตอนนี้ขยะที่รับมาจากภายนอก ทั้งขวดพลาสติกและขยะเปียก พวกเศษอาหาร เปลือกผลไม้ เปลือกทุเรียนได้มาหลายตันต่อวัน ทางวัดจะนำมาบด ทำเป็นปุ๋ย  บางครั้งเนี่ยก็ได้มาพอดี แต่ถ้าได้รับเข้ามามากเกินไป เครื่องจักรที่มีอยู่รองรับได้ 400 กิโลกรัมต่อวัน ทำไม่ทัน เกิดเชื้อราขึ้นมา ดังนั้นตอนนี้ทางวัดยังขาดแคลนเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรที่จะสามารถวิธีทำปุ๋ยได้อย่างรวดเร็ว อันนี้ก็คือปัญหาเรื่องเครื่องจักรที่ทางวัดยังคงขาดแคลนอยู่ เจริญพร

ท่านสามารถร่วมระดมทำบุญช่วยกันจัดซื้อเครื่องกำจัดขยะเศษอาหารเป็นปุ๋ย และลดปริมาณขยะได้ถึง 80-90% ภายในวันเดียวมอบให้วัดจากแดง เพื่อให้วัดสามารถจัดการขยะสดที่มีได้ และได้ปุ๋ยไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับวัดและในชุมชน เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ให้กับผู้คนที่สนใจ และส่งเสริมการจัดการขยะที่ถูกต้องให้กับชุมชน คลิก https://social.sinwattana.com/viewCampaign/QU47EEZ21HG829


ภาพและข่าวจาก:


เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

เปลี่ยนขยะเป็นปุ๋ย ลดขยะ สร้างประโยชน์ เพื่อชุมชนวัดจากแดง

ให้คะแนนโพสนี้
[Total: 20 Average: 5]